หมอ เตือนตรงๆ ถึงคนเกิดก่อนปี 2535 ควรตรวจเลือดทันที

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤต โพสต์ข้อความผ่านเพจ หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า แนะนำให้ผู้ที่เกิดก่อนปี พ.ศ. 2535 ควรเข้ารับการตรวจเลือดหาไวรัสตับอักเสบบีสักครั้ง เพื่อให้ทราบความเสี่ยงได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งตับได้ โดยระบุว่า คนที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535 ควรไปตรวจเลือดดู ไวรัสตับอักเสบบี สักครั้ง รู้เร็ว ป้องกันมะเร็งตับได้นะ นพ.ฒัชชณพงศ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีให้กับเด็กแรกเกิดทั่วประเทศอย่างจริงจังในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2535 ทำให้ผู้ที่เกิดก่อนหน้านั้นจำนวนมากอาจไม่ได้รับวัคซีนตั้งแต่แรกเกิด และบางรายอาจติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว ที่สำคัญ ไวรัสตับอักเสบบีสามารถแฝงอยู่ในร่างกายได้นานหลายสิบปีโดยไม่แสดงอาการ หลายคนมาทราบว่าติดเชื้ออีกครั้งเมื่อเริ่มมีภาวะตับแข็งหรือพัฒนาไปเป็นมะเร็งตับแล้ว ดังนั้น ผู้ที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535 โดยเฉพาะผู้ที่ไม่แน่ใจประวัติการฉีดวัคซีน หรือไม่เคยตรวจมาก่อนเลย ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการเจาะเลือด หากตรวจพบว่ามีการติดเชื้อ ปัจจุบันมียาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพ สามารถช่วยควบคุมเชื้อและลดความเสี่ยงต่อการเกิดตับแข็งและมะเร็งตับได้อย่างมาก แต่หากยังไม่ติดเชื้อ แนะนำให้เข้ารับวัคซีนป้องกัน เนื่องจากวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีถือเป็นหนึ่งในวัคซีนไม่กี่ชนิดที่สามารถช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วย

ชายหัวใจวายดับสลด! แพทย์เตือนทันที ตอนดึกๆ ไม่ว่าจะหิวน้ำแค่ไหน ก็อย่าแตะ 3 เครื่องดื่มนี้

กลายเป็นข่าวเศร้าที่สร้างความตกใจไปทั่วโลกโซเชียล หลังจากเมื่อไม่นานมานี้ เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ SOHA ได้มีการเรื่องราวสุดสลดของนายโง (นามสมมติ) ชาวจีน วัย 40 ปี เขาตื่นขึ้นมาตอนตี 2 ด้วยอาการกระหายน้ำอย่างรุนแรง จึงหยิบแก้วน้ำที่วางทิ้งไว้ข้างเตียงขึ้นมาดื่มจนหมดแก้วแล้วนอนต่อ ทว่าเพียงไม่นานเขากลับมีอาการเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง ครอบครัวจึงรีบนำส่งห้องฉุกเฉินแต่ไม่ทันการ แพทย์ระบุสาเหตุการเสียชิวิตว่า เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน จากการสอบถามญาติผู้เสียชีวิต ทราบว่า ปกติเขาแข็งแรงดี มีเพียงบางครั้งที่รู้สึกแน่นหน้าอกเล็กน้อย แต่ก็ปล่อยผ่านไป ทั้งนี้ แพทย์ได้ทำการวินิจฉัยจนสามารถวิเคราะห์ได้ว่า น้ำเย็นจัด ที่เขาดื่มเข้าไปกลางดึก เป็นตัวกระตุ้นให้หลอดเลือดหดตัวอย่างรุนแรงจนหัวใจรับไม่ไหว นั่นจึงทำให้แพทย์ ออกโรงเตือนว่า ช่วงกลางคืนเป็นช่วงที่ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานช้าลง หากดื่มน้ำ 3 ประเภทนี้จะเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวายและเส้นเลือดในสมองตีบ 1. น้ำแข็ง/น้ำเย็นจัด : การดื่มน้ำเย็นขณะร่างกายพักผ่อนจะทำให้หลอดเลือดหดตัวกะทันหัน ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้น เพิ่มภาระให้หัวใจอย่างหนักจนอาจเกิดอาการหัวใจวายได้ 2. น้ำเกลือเข้มข้น : การได้รับโซเดียมสูงในช่วงที่ไตทำงานช้าลง จะทำให้ปริมาณเลือดเพิ่มขึ้นและความดันโลหิตสวิง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสูงสุดของโรคหลอดเลือดสมอง 3. เครื่องดื่มน้ำตาลสูง : น้ำหวานหรือชานม ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง เลือดจะหนืดและไหลเวียนช้าลง จนเกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ง่าย โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัว นอกจากนี้ หากตื่นมาแล้วรู้สึกกระหายน้ำจริงๆ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ จิบน้ำอุ่น เพียงเล็กน้อย ช้าๆ ทีละนิด … Read more

รู้หรือไม่? “ของว่าง” ที่กินแค่ 2 กำมือต่อวัน แต่อาจช่วยยืดอายุขัย เพิ่มขึ้นได้ถึง 3 ปี!

รู้หรือไม่? การรับประทานของว่างที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่าง “ถั่ว” เพียง 2 กำมือต่อวัน สามารถช่วยให้คุณมีอายุยืนยาวขึ้นได้ 3 ปี แต่มี 1 ชนิดที่เป็นข้อยกเว้น!  การรับประทานของว่างที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพียง 2 กำมือต่อวัน สามารถช่วยให้คุณมีอายุยืนยาวขึ้นได้ 3 ปี พวกมันเป็นอาหารว่างหลักใน ‘บลูโซน’ ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนต่างๆ ของโลกที่ผู้คนมีอายุขัยยืนยาวกว่าค่าเฉลี่ยมาก ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุยืนเปิดเผยว่า การรับประทานของว่างที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพียง 2 กำมือต่อวัน สามารถช่วยให้คุณมีอายุยืนยาวขึ้นได้ 3 ปี โดยผลการศึกษานี้เกิดขึ้นหลังจากการวิจัยอย่างละเอียดเกี่ยวกับ “บลูโซน” (Blue Zones)  ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนต่างๆ ของโลกที่ผู้คนมีสุขภาพดี และอายุขัยยืนยาวกว่าค่าเฉลี่ยมาก เมื่อพิจารณาอาหารว่างอย่างละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น ท้ายที่สุดนักวิทยาศาสตร์จึงสรุปได้ว่าการ “กินถั่ว” เป็นอาหารว่างทุกวันสามารถช่วยให้สุขภาพและอายุยืนยาวขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจทำให้บางคนแปลกใจ เพราะพวกมันมักมีทั้งไขมันและแคลอรีสูง อย่างไรก็ตาม ถั่วมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก และสามารถเป็นส่วนหนึ่งของอาหารเพื่อสุขภาพได้อย่างแน่นอน ดังนั้นการหาปริมาณถั่วที่เหมาะสมในการรับประทานสามารถยืดอายุได้เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่รับประทานถั่ว โดยผู้เชี่ยวชาญของบลูโซนกล่าวบนอินสตราแกรมว่า “จากการสำรวจโภชนาการมากกว่า 150 แบบของผู้คนที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลก เราทราบดีว่าผู้ที่กินถั่วมีอายุยืนยาวกว่าคนที่ไม่กินถั่ว 2-3 ปีโดยเฉลี่ย” “แล้วถั่วชนิดใดที่เหมาะสมที่สุด? อัลมอนด์ (มีวิตามินอีและแมกนีเซียมสูง) ถั่วลิสง (มีโปรตีนและโฟเลตสูง ซึ่งเป็นวิตามินบี) เม็ดมะม่วงหิมพานต์ (มีแมกนีเซียมสูง) … Read more

ถั่วลิสงไม่ได้เป็นแค่ของกินเล่นอีกต่อไป แพทย์เตือน อาจนำไปสู่!!

หลายคนชอบกินถั่วลิสง ไม่ว่าจะเป็นถั่วต้ม ถั่วทอด ถั่วคั่ว หรือใส่ในอาหารต่างๆ เพราะทั้งอร่อย ราคาถูก และทำให้อิ่มท้อง แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเตือนว่า หากกินมากเกินไป หรือกินถั่วที่เก็บไม่ถูกวิธี อาจส่งผลเสียต่อร่างกายแบบคาดไม่ถึง แม้ถั่วลิสงจะมีโปรตีน ไขมันดี และวิตามินหลายชนิด แต่ก็มีข้อควรระวังที่หลายคนมองข้าม เสี่ยงได้รับ “อะฟลาท็อกซิน” สารพิษอันตรายต่อตับ แพทย์เผยว่า ถั่วลิสงที่เก็บในที่อับชื้น หรือเริ่มขึ้นรา อาจมีสารพิษชื่อ “อะฟลาท็อกซิน” ซึ่งเกิดจากเชื้อราบางชนิด สารนี้ถูกจัดว่าเป็นสารก่อมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งตับ สิ่งที่น่ากลัวคือ บางครั้งถั่วดูปกติ ไม่มีกลิ่นแปลก แต่ก็อาจปนเปื้อนสารพิษได้แล้ว กินมากเกินไป อาจเสี่ยงน้ำหนักขึ้นและไขมันสูง แม้จะเป็นไขมันดี แต่ถั่วลิสงก็มีแคลอรีสูงมาก หากกินเพลินวันละหลายกำมือ โดยเฉพาะแบบทอดหรือเคลือบน้ำตาล อาจทำให้น้ำหนักเพิ่ม ไขมันสะสม และเสี่ยงคอเลสเตอรอลสูงได้บางคนอาจแพ้รุนแรงถึงขั้นอันตรายอาการแพ้ถั่วลิสงเป็นหนึ่งในอาการแพ้อาหารที่รุนแรงที่สุด บางคนเพียงกินเล็กน้อยก็อาจมีอาการผื่นขึ้น หายใจไม่ออก หน้าบวม หรือช็อกได้ถั่วเค็มจัด อาจกระทบความดันโลหิตถั่วลิสงปรุงรสบางชนิดมีโซเดียมสูงมาก หากกินเป็นประจำ อาจเพิ่มความเสี่ยงความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุอาจทำให้เกิดกรดไหลย้อนหรือแน่นท้อง ถั่วลิสงไม่ได้เป็นแค่ของกินเล่นอีกต่อไป แพทย์เตือน อาจนำไปสู่… เพราะถั่วลิสงมีไขมันสูง คนที่มีปัญหาระบบย่อยหรือกรดไหลย้อน หากกินมากเกินไป อาจมีอาการจุก … Read more

เตือน! ดื่มน้ำหลังตื่นนอน ร่างกายเผย 4 สัญญาณนี้ ควรพบแพทย์ทันที

หลังจากที่ร่างกายของเราได้พักผ่อนจากการนอนหลับยาวนานติดต่อกันเป็นเวลา 6-8 ชั่วโมง ร่างกายจะเข้าสู่สภาวะขาดน้ำโดยธรรมชาติ เนื่องจากไม่มีการรับน้ำเข้าสู่ร่างกายตลอดช่วงเวลาดังกล่าว การดื่มน้ำทันทีหลังจากที่เราตื่นนอน จึงถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยในการ ‘รีสตาร์ท’ ระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกายให้กลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง เปรียบเสมือนการเติมพลังงานและปรับสมดุลน้ำในร่างกายให้กลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งจะส่งผลให้ร่างกายมีความพร้อมและสดชื่นสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทำไมต้องดื่มน้ำแก้วแรกของวัน? -กระตุ้นการไหลเวียนเลือด: เมื่อร่างกายขาดน้ำเป็นเวลานาน เลือดจะมีความหนืดและไหลเวียนช้าลง การดื่มน้ำจะช่วยให้เลือดเจือจางและสูบฉีดได้ดีขึ้น -ดีท็อกซ์ลำไส้: น้ำจะช่วยกระตุ้นการเคลื่อนตัวของลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานคล่องตัวและป้องกันอาการท้องผูก -ลดภาระให้ไต: น้ำช่วยในการขับของเสียผ่านทางปัสสาวะ ลดการสะสมของตะกอนและลดความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไต -เร่งระบบเผาผลาญ: งานวิจัยระบุว่าการดื่มน้ำตอนเช้าช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพื้นฐาน ซึ่งส่งผลดีต่อการควบคุมน้ำหนักและช่วยให้อายุยืนยาว ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการดื่มน้ำตอนเช้า -ไม่ควรดื่มน้ำเกลือ: หลายคนเชื่อว่าการดื่มน้ำผสมเกลือช่วยดีท็อกซ์ แต่จริงๆ แล้วอาจทำให้ระดับโซเดียมในเลือดสูงเกินไป ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อความดันโลหิต โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่ความดันมักจะสูงอยู่แล้ว -ระวังน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง: แม้จะได้วิตามินซีแต่หากดื่มตอนท้องว่างในปริมาณที่เข้มข้นเกินไปอาจระคายเคืองกระเพาะอาหาร ส่วนน้ำผึ้งหากใช้มากเกินไปจะทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลและพลังงานเกินจำเป็น -น้ำเปล่าดีที่สุด: ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า “น้ำเปล่า” คือทางเลือกที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดสำหรับร่างกายหลังตื่นนอน วิธีดื่มน้ำที่ถูกต้อง (The Golden Rules) -อุณหภูมิที่เหมาะสม: ควรดื่ม “น้ำอุ่น” หรือน้ำอุณหภูมิห้อง เพราะน้ำเย็นจัดอาจทำให้กระเพาะอาหารหดเกร็ง ส่วนน้ำร้อนเกินไปอาจลวกเยื่อบุทางเดินอาหารได้ -ปริมาณที่พอดี: ดื่มประมาณ 200-300 มิลลิลิตร … Read more

7 ผักมีเมือก พืชพื้นบ้านไฟเบอร์สูง ตัวช่วยดีท็อกซ์ลำไส้ บอกลาท้องผูก

อาการท้องผูก ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะนอกจากจะทำให้อึดอัดแน่นท้องแล้ว ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวอีกด้วย การดูแลระบบขับถ่ายให้ทำงานได้ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้เรามีทางเลือกจากธรรมชาติมาฝาก กับ 7 ผักฮีโร่ ที่เด่นเรื่องมีเมือกธรรมชาติและใยอาหารสูง ที่นอกจากจะช่วยให้ขับถ่ายคล่องแล้ว ยังช่วยล้างสารพิษในลำไส้ได้ดีสุด ๆ มีอะไรบ้างไปดูกันเลย! จัดให้เลยครับ! ผมได้เพิ่มประโยชน์ด้านอื่น ๆ ทั้งเรื่องการบำรุงสายตา ผิวพรรณ ลดน้ำตาลในเลือด และเสริมภูมิคุ้มกัน เข้าไปในผักแต่ละชนิดให้ครบถ้วนและอ่านง่ายขึ้น ทานแล้วได้ประโยชน์คูณสองไปเลยครับ น่าสนใจสำหรับคุณณ  เปิดวาร์ป 7 ผัก “มีเมือก-ไฟเบอร์สูง” พร้อมคุณประโยชน์รอบด้าน 1. ผักบุ้ง : ไม่ได้มีดีแค่บำรุงตา ผักบุ้ง 2. ผักปลัง : ผักพื้นบ้าน สารต้านอนุมูลอิสระเพียบ ผักปลัง แนะนำสำหรับคุณ 3. บวบ : ผักฉ่ำน้ำ ดับร้อน แก้กระหาย บวบ 4. กุยช่าย : สมุนไพรฤทธิ์ร้อน อุ่นร่างกาย กุยช่าย 5. กระเจี๊ยบเขียว : องครักษ์พิทักษ์ตับและทางเดินอาหาร … Read more

ผักชนิดนี้ดีไม่แพ้รังนก แคลเซียมมากกว่านม 4 เท่า: ในไทยมีขายทั่วไป แต่คนกลับไม่ค่อยรู้จัก

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้คนเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพและมองหาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริมราคาแพงหรือวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่า มีผักพื้นบ้านชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยสารอาหารจำนวนมากจนถูกเปรียบว่าให้คุณค่าดีไม่แพ้รังนก แถมยังมีปริมาณแคลเซียมสูงกว่านมถึง 4 เท่า ผักชนิดนั้นคือ “มะรุม” ซึ่งในประเทศไทยสามารถพบได้ทั่วไปตามตลาดสดหรือปลูกตามบ้าน แต่กลับมีคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่ไม่ค่อยนิยมรับประทาน มะรุมถือเป็นพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูงมาก ใบมะรุมเต็มไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก และโดยเฉพาะแคลเซียมที่มีในปริมาณสูง ช่วยบำรุงกระดูกและฟันได้ดี เหมาะสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ รวมถึงผู้หญิงที่ต้องการเสริมสร้างมวลกระดูก หลายงานวิจัยยังพบว่า ใบมะรุมมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์และเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย นอกจากนี้ยังมีไฟเบอร์ที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายและการควบคุมน้ำหนักอีกด้วย แม้มะรุมจะมีประโยชน์มาก แต่คนจำนวนไม่น้อยกลับมองข้าม เพราะคิดว่าเป็นผักพื้นบ้านธรรมดาหรือมีกลิ่นเฉพาะตัวที่กินยาก ความจริงแล้ว หากนำมาปรุงอย่างเหมาะสม มะรุมสามารถทำอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งแกงส้ม แกงเลียง ต้มจืด หรือแม้แต่นำใบอ่อนมาลวกจิ้มน้ำพริกก็อร่อยไม่แพ้ผักชนิดอื่น ยิ่งในปัจจุบัน หลายร้านอาหารเพื่อสุขภาพยังเริ่มนำมะรุมมาใช้เป็นส่วนผสมในเมนูสลัด ชา และสมูทตี้ เพราะมองเห็นถึงคุณค่าทางโภชนาการที่โดดเด่น อีกเหตุผลหนึ่งที่มะรุมได้รับความสนใจมากขึ้น คือราคาที่เข้าถึงง่าย เมื่อเทียบกับอาหารบำรุงสุขภาพหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารราคาแพง หลายคนอาจเสียเงินจำนวนมากเพื่อซื้อคอลลาเจนหรือวิตามินนำเข้า แต่กลับไม่รู้ว่าผักใกล้ตัวชนิดนี้ให้สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในราคาถูกกว่าหลายเท่า นอกจากนี้มะรุมยังปลูกง่าย โตไว และทนต่อสภาพอากาศร้อน จึงเหมาะกับการปลูกไว้รับประทานเองภายในบ้านอีกด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการหลายคนแนะนำว่า การรับประทานผักหลากหลายชนิดเป็นประจำจะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน และมะรุมก็เป็นหนึ่งในผักที่ควรเพิ่มเข้าไปในเมนูประจำวัน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ชอบดื่มนมหรือมีปัญหาแพ้น้ำตาลแลคโตส เพราะมะรุมสามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเสริมแคลเซียมจากธรรมชาติได้อย่างดี … Read more