ช็อก! ชายวัย 29 เลือดเป็นสีขาวข้น เหมือน “ไขมัน” หลังดื่ม “2 เครื่องดื่มนี้” ต่างน้ำ 6 เดือน หวิดดับ

เรื่องราวของชายหนุ่มวัย 29 ปีจากมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน กำลังถูกพูดถึงอย่างมาก หลังแพทย์พบว่าเลือดของเขามีลักษณะ “ขาวขุ่น” และเหนียวข้นคล้ายไขมันหมู จนต้องเข้ารับการรักษาในห้องฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน โดยต้นเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมดื่มชานมและน้ำอัดลมแทนน้ำเปล่านานหลายเดือน ชายคนดังกล่าวชื่อ “เฉิน” เคยเป็นนักกีฬาที่มีสุขภาพแข็งแรงและออกกำลังกายหนักเป็นประจำ แต่หลังเลิกฝึกซ้อม เขายังคงติดเครื่องดื่มหวานเหมือนเดิม จนกลายเป็นนิสัยดื่มน้ำอัดลมและชานมเย็นทุกครั้งที่กระหายน้ำ จากนักกีฬาหุ่นฟิต สู่ผู้ป่วยวิกฤตในเวลาแค่ 6 เดือน เฉินเล่าว่า หลังหยุดออกกำลังกาย เขาเริ่มปล่อยตัวเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะชานมและน้ำอัดลมที่ดื่มแทนน้ำเปล่าแทบทุกวัน ผ่านไปเพียงครึ่งปี น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นกว่า 40 กิโลกรัม ช่วงแรกเขาคิดว่าเป็นผลจากการไม่ได้ออกกำลังกาย แต่ไม่นานก็เริ่มมีอาการปวดท้องรุนแรง หายใจไม่สะดวก ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหนิงโปในสภาพวิกฤต แพทย์ผงะ เจาะเลือดออกมาเป็นสีขาวขุ่น แพทย์หญิงเหยา หลินา และทีมแพทย์ถึงกับตกใจ เมื่อเลือดของเฉินไม่ได้เป็นสีแดงเหมือนคนทั่วไป แต่กลับมีสีขาวขุ่นและเหนียวคล้ายไขมัน ผลตรวจพบว่า ระดับไตรกลีเซอไรด์ของเขาสูงกว่าปกติถึง 20 เท่า ขณะที่คอเลสเตอรอลสูงกว่าปกติ 4 เท่า จนเกิดภาวะไขมันในเลือดสูงรุนแรง ส่งผลให้ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันและเกิดโรคเบาหวานตามมา แพทย์ต้องเร่งฟอกไต เปลี่ยนถ่ายพลาสมา และรักษาอย่างใกล้ชิด โชคดีที่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ แต่เขาต้องอยู่กับโรคเบาหวานไปตลอดชีวิต ทำไมชานมกับน้ำอัดลม ถึงทำให้เลือด … Read more

หมอ เตือนตรงๆ ถึงคนเกิดก่อนปี 2535 ควรตรวจเลือดทันที

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤต โพสต์ข้อความผ่านเพจ หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า แนะนำให้ผู้ที่เกิดก่อนปี พ.ศ. 2535 ควรเข้ารับการตรวจเลือดหาไวรัสตับอักเสบบีสักครั้ง เพื่อให้ทราบความเสี่ยงได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งตับได้ โดยระบุว่า คนที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535 ควรไปตรวจเลือดดู ไวรัสตับอักเสบบี สักครั้ง รู้เร็ว ป้องกันมะเร็งตับได้นะ นพ.ฒัชชณพงศ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีให้กับเด็กแรกเกิดทั่วประเทศอย่างจริงจังในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2535 ทำให้ผู้ที่เกิดก่อนหน้านั้นจำนวนมากอาจไม่ได้รับวัคซีนตั้งแต่แรกเกิด และบางรายอาจติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว ที่สำคัญ ไวรัสตับอักเสบบีสามารถแฝงอยู่ในร่างกายได้นานหลายสิบปีโดยไม่แสดงอาการ หลายคนมาทราบว่าติดเชื้ออีกครั้งเมื่อเริ่มมีภาวะตับแข็งหรือพัฒนาไปเป็นมะเร็งตับแล้ว ดังนั้น ผู้ที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535 โดยเฉพาะผู้ที่ไม่แน่ใจประวัติการฉีดวัคซีน หรือไม่เคยตรวจมาก่อนเลย ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการเจาะเลือด หากตรวจพบว่ามีการติดเชื้อ ปัจจุบันมียาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพ สามารถช่วยควบคุมเชื้อและลดความเสี่ยงต่อการเกิดตับแข็งและมะเร็งตับได้อย่างมาก แต่หากยังไม่ติดเชื้อ แนะนำให้เข้ารับวัคซีนป้องกัน เนื่องจากวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีถือเป็นหนึ่งในวัคซีนไม่กี่ชนิดที่สามารถช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วย

ชายหัวใจวายดับสลด! แพทย์เตือนทันที ตอนดึกๆ ไม่ว่าจะหิวน้ำแค่ไหน ก็อย่าแตะ 3 เครื่องดื่มนี้

กลายเป็นข่าวเศร้าที่สร้างความตกใจไปทั่วโลกโซเชียล หลังจากเมื่อไม่นานมานี้ เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ SOHA ได้มีการเรื่องราวสุดสลดของนายโง (นามสมมติ) ชาวจีน วัย 40 ปี เขาตื่นขึ้นมาตอนตี 2 ด้วยอาการกระหายน้ำอย่างรุนแรง จึงหยิบแก้วน้ำที่วางทิ้งไว้ข้างเตียงขึ้นมาดื่มจนหมดแก้วแล้วนอนต่อ ทว่าเพียงไม่นานเขากลับมีอาการเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง ครอบครัวจึงรีบนำส่งห้องฉุกเฉินแต่ไม่ทันการ แพทย์ระบุสาเหตุการเสียชิวิตว่า เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน จากการสอบถามญาติผู้เสียชีวิต ทราบว่า ปกติเขาแข็งแรงดี มีเพียงบางครั้งที่รู้สึกแน่นหน้าอกเล็กน้อย แต่ก็ปล่อยผ่านไป ทั้งนี้ แพทย์ได้ทำการวินิจฉัยจนสามารถวิเคราะห์ได้ว่า น้ำเย็นจัด ที่เขาดื่มเข้าไปกลางดึก เป็นตัวกระตุ้นให้หลอดเลือดหดตัวอย่างรุนแรงจนหัวใจรับไม่ไหว นั่นจึงทำให้แพทย์ ออกโรงเตือนว่า ช่วงกลางคืนเป็นช่วงที่ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานช้าลง หากดื่มน้ำ 3 ประเภทนี้จะเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวายและเส้นเลือดในสมองตีบ 1. น้ำแข็ง/น้ำเย็นจัด : การดื่มน้ำเย็นขณะร่างกายพักผ่อนจะทำให้หลอดเลือดหดตัวกะทันหัน ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้น เพิ่มภาระให้หัวใจอย่างหนักจนอาจเกิดอาการหัวใจวายได้ 2. น้ำเกลือเข้มข้น : การได้รับโซเดียมสูงในช่วงที่ไตทำงานช้าลง จะทำให้ปริมาณเลือดเพิ่มขึ้นและความดันโลหิตสวิง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสูงสุดของโรคหลอดเลือดสมอง 3. เครื่องดื่มน้ำตาลสูง : น้ำหวานหรือชานม ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง เลือดจะหนืดและไหลเวียนช้าลง จนเกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ง่าย โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัว นอกจากนี้ หากตื่นมาแล้วรู้สึกกระหายน้ำจริงๆ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ จิบน้ำอุ่น เพียงเล็กน้อย ช้าๆ ทีละนิด … Read more

รู้หรือไม่? “ของว่าง” ที่กินแค่ 2 กำมือต่อวัน แต่อาจช่วยยืดอายุขัย เพิ่มขึ้นได้ถึง 3 ปี!

รู้หรือไม่? การรับประทานของว่างที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่าง “ถั่ว” เพียง 2 กำมือต่อวัน สามารถช่วยให้คุณมีอายุยืนยาวขึ้นได้ 3 ปี แต่มี 1 ชนิดที่เป็นข้อยกเว้น!  การรับประทานของว่างที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพียง 2 กำมือต่อวัน สามารถช่วยให้คุณมีอายุยืนยาวขึ้นได้ 3 ปี พวกมันเป็นอาหารว่างหลักใน ‘บลูโซน’ ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนต่างๆ ของโลกที่ผู้คนมีอายุขัยยืนยาวกว่าค่าเฉลี่ยมาก ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุยืนเปิดเผยว่า การรับประทานของว่างที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพียง 2 กำมือต่อวัน สามารถช่วยให้คุณมีอายุยืนยาวขึ้นได้ 3 ปี โดยผลการศึกษานี้เกิดขึ้นหลังจากการวิจัยอย่างละเอียดเกี่ยวกับ “บลูโซน” (Blue Zones)  ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนต่างๆ ของโลกที่ผู้คนมีสุขภาพดี และอายุขัยยืนยาวกว่าค่าเฉลี่ยมาก เมื่อพิจารณาอาหารว่างอย่างละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น ท้ายที่สุดนักวิทยาศาสตร์จึงสรุปได้ว่าการ “กินถั่ว” เป็นอาหารว่างทุกวันสามารถช่วยให้สุขภาพและอายุยืนยาวขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจทำให้บางคนแปลกใจ เพราะพวกมันมักมีทั้งไขมันและแคลอรีสูง อย่างไรก็ตาม ถั่วมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก และสามารถเป็นส่วนหนึ่งของอาหารเพื่อสุขภาพได้อย่างแน่นอน ดังนั้นการหาปริมาณถั่วที่เหมาะสมในการรับประทานสามารถยืดอายุได้เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่รับประทานถั่ว โดยผู้เชี่ยวชาญของบลูโซนกล่าวบนอินสตราแกรมว่า “จากการสำรวจโภชนาการมากกว่า 150 แบบของผู้คนที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลก เราทราบดีว่าผู้ที่กินถั่วมีอายุยืนยาวกว่าคนที่ไม่กินถั่ว 2-3 ปีโดยเฉลี่ย” “แล้วถั่วชนิดใดที่เหมาะสมที่สุด? อัลมอนด์ (มีวิตามินอีและแมกนีเซียมสูง) ถั่วลิสง (มีโปรตีนและโฟเลตสูง ซึ่งเป็นวิตามินบี) เม็ดมะม่วงหิมพานต์ (มีแมกนีเซียมสูง) … Read more

อย. เตือนด่วน! อาหารเสริมยี่ห้อดัง คนกินเยอะมาก ใครมีอยู่ทิ้งเลย

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ออกมาประกาศเตือนผู้บริโภคทุกคน ผ่านช่องทางเพจเฟซบุ๊ก FDA Thai โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ตรา คัง ดอง) ขายทางออนไลน์ ระบุสรรพคุณ ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่อย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยมากกว่า 1 ล้านคนไว้วางใจ ป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายจากเบาหวาน สุขภาพดีในวัยเก๋า โดยไม่ต้องพึ่งยา ขายเม็ดฟู่ Kang Dong สำหรับผู้ป่วยเบาหวานโดยไม่ต้องมีใบสั่งยา ร่างกายกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ นั้น ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดังกล่าว ระบุเลขสารบบอาหาร 13-1-16862-5-0217 สถานะผลิตภัณฑ์ ยกเลิกโดยผู้ประกอบการ 23/3/2569 และโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของผลิตภัณฑ์อาหารอันเป็นเท็จหรือหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร จึงขอให้ผู้บริโภคระมัดระวังอย่าหลงเชื่อ ดังนั้น อย. จึงได้ประกาศเตือนผู้บริโภคทุกคน อย่าใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา คัง ดอง ซึ่งอ้างว่ารักษาโรคเบาหวาน และควรติดตามข้อมูลข่าวสารเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อโฆษณาคุณประโยชน์เป็นเท็จ

แพทย์เตือน! กินถั่วลิสงมากเกินไป อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพที่หลายคนไม่รู้

แพทย์เตือน! กินถั่วลิสงมากเกินไป อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพที่หลายคนไม่รู้ เนื้อหา: ถั่วลิสงเป็นอาหารว่างยอดนิยมที่หลายคนชื่นชอบ เพราะมีรสชาติอร่อย ราคาถูก และอุดมไปด้วยสารอาหาร เช่น โปรตีน ไขมันดี และวิตามินต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม แพทย์เตือนว่า การกินถั่วลิสง “มากเกินไป” อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะหากบริโภคอย่างไม่เหมาะสม ⚠️ 1. เสี่ยงน้ำหนักเพิ่มโดยไม่รู้ตัว ถั่วลิสงเป็นอาหารที่มีพลังงานสูง หากกินในปริมาณมาก อาจทำให้ได้รับแคลอรีเกินความจำเป็น และนำไปสู่การเพิ่มน้ำหนักได้ 🧂 2. โซเดียมสูง เสี่ยงโรคหัวใจ ถั่วลิสงแบบปรุงรสหรืออบเกลือ มักมีโซเดียมสูง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงของความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ หากบริโภคเป็นประจำ 🤢 3. ปัญหาระบบย่อยอาหาร การกินถั่วลิสงมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด แน่นท้อง หรือไม่สบายระบบทางเดินอาหาร เนื่องจากมีไขมันและไฟเบอร์สูง ☠️ 4. เสี่ยงสารพิษจากเชื้อรา (อะฟลาทอกซิน) ถั่วลิสงอาจปนเปื้อนสารพิษจากเชื้อราที่เรียกว่า “อะฟลาทอกซิน” ซึ่งหากสะสมในร่างกาย อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งได้ 🚫 5. อันตรายสำหรับผู้แพ้อาหาร ถั่วลิสงเป็นหนึ่งในอาหารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้รุนแรงในบางคน และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ … Read more

ม.ฮาร์วาร์ด เปิดชื่อ 4 “ผลไม้อายุยืน” อันดับ 1 คาดไม่ถึง คนไทยได้ยินชื่อแล้วร้องอ๋อ

มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดจัดอันดับ 4 ผลไม้ “ยืดอายุขัย” ผลไม้ที่คว้าอันดับ 1 นั้น หลายคนคาดไม่ถึง แต่คนไทยรู้จักดี นอกจากกล้วย องุ่น และทับทิมแล้ว ผลไม้นี้ยังได้รับการยกย่องจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดว่าอุดมไปด้วยสารอาหารและมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพอีกด้วย ผลไม้มีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพของมนุษย์ แม้ว่าแต่ละชนิดจะมีคุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ต่างกัน แต่ล้วนอุดมไปด้วยใยอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อร่างกาย ล่าสุด มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้เผยผลการศึกษาลึกเกี่ยวกับ “ผลไม้อายุยืน” โดยพบว่ามีผลไม้ 4 ชนิดที่สามารถช่วยเสริมสร้างสุขภาพและยืดอายุได้อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งควรนำมารวมไว้ในเมนูอาหารประจำวัน รายชื่อผลไม้เหล่านี้ได้จุดกระแสถกเถียงในวงการโภชนาการ และทำให้หลายคนหันมาใส่ใจพฤติกรรมการกินมากขึ้น โดยผลไม้ที่ติดอันดับคือ: อันดับ 1 บลูเบอร์รี, อันดับ 2 ทับทิม, อันดับ 3 องุ่น และอันดับ 4 กล้วย ผลไม้ที่ครองอันดับ 1 คือ “บลูเบอร์รี” ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเหนือ บลูเบอร์รีจัดอยู่ในกลุ่มผลไม้ที่มีสารอาหารหนาแน่นที่สุดในโลก และอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ภายในผลบลูเบอร์รียังอัดแน่นไปด้วยแอนโทไซยานิน วิตามินซี ใยอาหาร และวิตามินแร่ธาตุหลากหลายชนิด โดยเฉพาะสารพฤกษเคมีอย่างแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ผู้เชี่ยวชาญให้การยอมรับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสุขภาพ แล้วบลูเบอร์รีมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง? ป้องกันโรคมะเร็ง จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเมน สหรัฐอเมริกา … Read more

เช็กด่วน! 5 กลุ่มคน “ห้ามดื่มน้ำมะพร้าว” แม้เป็นน้ำเพื่อสุขภาพ แต่ดื่มผิดอันตรายถึงชีวิต

น้ำมะพร้าวถือเป็นเครื่องดื่มสุดโปรดของใครหลายคน โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อนจัด เพราะช่วยเติมความสดชื่นและคืนพลังงานได้อย่างรวดเร็ว แต่รู้หรือไม่ว่าภายใต้รสชาติหวานหอมนี้ มีคนบางกลุ่มที่ “ต้องระวัง” หรือ “ห้ามดื่ม” เพราะอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้มากกว่าที่คิด ทำไมน้ำมะพร้าวจึงถูกยกเป็น “เครื่องดื่มเกลือแร่ธรรมชาติ”? น้ำมะพร้าวอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรตในรูปแบบของน้ำตาลที่ร่างกายดูดซึมง่าย และมีเกลือแร่ที่สำคัญอย่าง โพแทสเซียม, แมกนีเซียม, แคลเซียม และโซเดียม ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกายหรือตอนที่รู้สึกอ่อนเพลีย ช่วงเวลาที่ดื่มแล้วดีที่สุด: คือ “ช่วงเช้า” รวมถึงช่วงก่อนหรือหลังออกกำลังกาย ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายดึงสารอาหารไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ใครบ้างที่ “ไม่ควรดื่ม” หรือต้องจำกัดปริมาณ? แม้จะมีประโยชน์มากมาย แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเตือนว่ากลุ่มคนดังต่อไปนี้ควรเลี่ยง: มุมมองทางการแพทย์แผนจีน น้ำมะพร้าวมีรสหวาน มีฤทธิ์เย็น ช่วยขับพิษร้อน เพิ่มน้ำในร่างกาย และบำรุงหยิน เหมาะมากสำหรับผู้ที่ร้อนใน ปากแห้ง หรือปัสสาวะขัดจากการขาดน้ำ แต่ต้องดื่มในปริมาณที่พอดีและถูกกาลเทศะเท่านั้น น้ำมะพร้าวคือเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพหากคุณเป็นคนปกติที่ร่างกายแข็งแรง แต่หากคุณมีโรคประจำตัวหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงข้างต้น การเลือกดื่มน้ำเปล่าที่อุณหภูมิห้องอาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นตามมา

หญิงวัย 65 ปีเ.สี.ยชี.วิต เพราะกินไข่แบบ “ไม่ระวัง” เป็นประจำ แพทย์เตือนแรง

รายงานระบุว่า หญิงรายดังกล่าวมีพฤติกรรมกินไข่เป็นประจำ แต่ในครั้งหนึ่งได้กินไข่ที่เก็บไว้นาน แม้ภายนอกดูเหมือนไม่มีสิ่งผิดปกติ ส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องรุนแรงและถูกนำส่งโรงพยาบาล แพทย์พยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ แพทย์ชี้ว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ ซาลโมเนลลา (Salmonella) ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่พบได้บ่อยในสัตว์ปีกและไข่ หลายกรณีการเสียชีวิตจากการกินอาหารผิดวิธี ได้ส่งสัญญาณเตือนถึงพฤติกรรมความประมาทในการดูแลสุขภาพของผู้คน ล่าสุดเกิดเหตุสะเทือนใจในประเทศจีน เมื่อหญิงวัย 65 ปีรายหนึ่งเสียชีวิต หลังรับประทานไข่ที่เก็บไว้นานเกินไป อันตรายจาก “การล้างไข่ผิดวิธี” ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า โดยปกติแบคทีเรียอย่างซาลโมเนลลามักเกาะอยู่ที่เปลือกไข่ เมื่อชั้นป้องกันตามธรรมชาติของไข่ยังไม่ถูกทำลาย เชื้อโรคจะไม่สามารถเข้าสู่ด้านในได้ง่าย อย่างไรก็ตาม การล้างไข่ด้วยน้ำ โดยเฉพาะก่อนนำไปเก็บ อาจทำให้ชั้นเคลือบธรรมชาติบนเปลือกไข่ถูกทำลาย ส่งผลให้เชื้อแบคทีเรียซึมผ่านเข้าไปภายในไข่ได้ง่ายขึ้น ยิ่งหากไข่ถูกเก็บไว้นาน ความเสี่ยงจะยิ่งเพิ่มขึ้น ซาลโมเนลลาถือเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของอาหารเป็นพิษจากไข่ทั่วโลก ข้อมูลด้านความปลอดภัยอาหารระบุว่า อาหารจากไข่ที่ปรุงไม่สุกหรือเก็บรักษาไม่เหมาะสม มีอัตราการพบเชื้อในระดับที่น่ากังวล สำหรับคนหนุ่มสาว การติดเชื้ออาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย มีไข้ และหายได้ภายในไม่กี่วัน แต่ในผู้สูงอายุ สถานการณ์แตกต่างออกไปอย่างมาก เมื่ออายุมากขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันจะอ่อนแอลง ความสามารถในการต่อสู้กับเชื้อโรคจึงลดลง ทำให้การติดเชื้อลุกลามได้ง่าย ในกรณีรุนแรง เชื้ออาจเข้าสู่กระแสเลือด ก่อให้เกิดการติดเชื้อทั่วร่างกาย หรือภาวะช็อกจากการติดเชื้อ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต กินไข่อย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ ไข่เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เหมาะกับทุกช่วงวัย ให้โปรตีน วิตามิน และไขมันที่ดีต่อร่างกาย … Read more

แพทย์เผย! การกินอะโวคาโดให้ถูกวิธี ดีต่อสุขภาพหรือเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว

อะโวคาโดถูกยกให้เป็นหนึ่งใน “ซูเปอร์ฟู้ด” ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยรสชาติที่มันนุ่มและคุณค่าทางโภชนาการที่สูง ทั้งไขมันดี วิตามิน และใยอาหาร หลายคนจึงหันมารับประทานอะโวคาโดเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารเพื่อสุขภาพ อย่างไรก็ตาม แพทย์เตือนว่า แม้อะโวคาโดจะมีประโยชน์ แต่หากบริโภคไม่ถูกวิธีหรือมากเกินไป อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีปัญหาสุขภาพบางประเภท 6 หนึ่งในข้อควรระวังคือ อะโวคาโดเป็นอาหารที่มีพลังงานสูง แม้จะเป็นไขมันดี แต่หากกินในปริมาณมากเกินไป อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักหรือมีภาวะไขมันในเลือดสูง นอกจากนี้ บางคนอาจมีอาการแพ้อะโวคาโดโดยไม่รู้ตัว เช่น คันในช่องปาก คลื่นไส้ หรือมีผื่นขึ้น ซึ่งหากพบอาการดังกล่าวควรหยุดรับประทานทันทีและปรึกษาแพทย์ 6 ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ควรกินอะโวคาโดในปริมาณที่เหมาะสม เช่น วันละประมาณครึ่งผล และควรรับประทานร่วมกับอาหารที่หลากหลาย เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน การเลือกอะโวคาโดที่สุกพอดี สดใหม่ และสะอาด ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนของเชื้อโรคหรือสารเคมี สรุปแล้ว อะโวคาโดเป็นอาหารที่มีประโยชน์อย่างมาก หากบริโภคอย่างถูกต้องและพอดี แต่หากละเลยเรื่องปริมาณและสภาพร่างกายของตนเอง ก็อาจกลายเป็นดาบสองคมได้ ดังนั้น การกินอย่างมีสติและความรู้ คือกุญแจสำคัญของสุขภาพที่ดีในระยะยาว